มีรายงานว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกสั่งให้กินอาหารคนเดียวและใช้ห้องน้ำแยกต่างหาก หลังจากที่ เชลซี ล้มเหลวในการขายเขาออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา
เอ็นโซ่ มาเรสกา หัวหน้าโค้ชของเชลซี ได้จัดให้สเตอร์ลิงอยู่ใน ‘กลุ่มนักเตะส่วนเกิน’ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วและอนุมัติให้ย้ายไปร่วมทีม อาร์เซนอล ด้วยสัญญายืมตัว “สิงห์บลูส์” หวังที่จะปล่อยตัวปีกวัย 30 ปีรายนี้ก่อนฤดูกาล 2025-26 จะเริ่มต้นขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ก่อนที่ตลาดจะปิดลง
เชื่อกันว่า สเตอร์ลิง ซึ่งรับค่าเหนื่อยสูงถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอที่ให้ค่าตอบแทนมหาศาลจากสโมสรใน ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอเมริกา โดยมีรายงานว่าเขามีความมุ่งมั่นที่จะกลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง และต้องการเล่นให้กับสโมสรในระดับที่สูงกว่า
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามกับเชลซีเลย เนื่องจากนักเตะรายนี้ซึ่งเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ ฟูแล่ม และ คริสตัล พาเลซ ได้ถูกแยกออกจากทีมชุดใหญ่อย่างสิ้นเชิง การถูกเนรเทศที่สเตอร์ลิงกำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นมาตรการที่มักจะใช้ลงโทษบุคคลที่มีปัญหาด้านวินัยเท่านั้น อักเซล ดิซาซี่ และ ดาวิด ดาโตร โฟฟาน่า ก็ได้รับบทลงโทษแบบเดียวกันนี้ หลังจากที่เชลซีไม่สามารถขายสองนักเตะในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน
มีรายงานว่า ดิซาซี่ ปฏิเสธข้อเสนอยืมตัวจาก เวสต์แฮม และสโมสรอื่น ๆ ขณะที่ความสนใจจาก เซลติก ที่มีต่อ ดาโตร โฟฟาน่า ก็ไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน
สเตอร์ลิง “คว้าโอกาสที่อาร์เซนอลไว้ไม่ได้”
ไมเคิล โอเวน อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของสเตอร์ลิงที่เชลซี โดยยอมรับว่านักเตะรายนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ “ยากลำบาก”
“มันเป็นสถานการณ์ที่ยากสำหรับราฮีม” โอเวนกล่าวกับ 247Bet “เขาได้รับค่าเหนื่อยก้อนโต และเขาคว้าโอกาสที่อาร์เซนอลไว้ไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น เขาเป็นส่วนเกินของเชลซีอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่ตอนนี้ทางเลือกเดียวของเขาอาจเป็นการย้ายไปสโมสรที่รองลงมาอย่างคริสตัล พาเลซ หรือ เวสต์แฮม”
“แต่ก็ต่อเมื่อเขายอมรับที่จะลดค่าเหนื่อยลงอย่างมาก ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้ คำถามสำคัญคือเรื่องค่าเหนื่อย บางคนอาจจะพูดว่า ‘นายรวยพออยู่แล้ว’ – แต่นายจะยอมทิ้งเงิน 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อย้ายไปอยู่สโมสรที่เล็กกว่า เพื่อแลกกับการได้ลงเล่นมากขึ้นไหม? หากเขารวยมากอยู่แล้วและไม่ต้องการเงินอีก บางทีเขาอาจจะทำก็ได้”
“แต่ในช่วงปลายอาชีพเช่นนี้ ปกติแล้วคุณไม่ต้องการทิ้งเงินก้อนนั้นไป ดังนั้น ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าเขาต้องการแลกค่าเหนื่อยกับโอกาสในการลงเล่นอีกครั้งหรือไม่ แม้จะเป็นกับทีมที่เล็กกว่า เขาก็อาจแค่อยากลงเล่นอย่างสม่ำเสมออีกครั้งก็ได้”







